หมายมั่นเป็นนักตีความต้องทำเช่นไร
คุณค่าที่นักแปลพึงมี
มีพิทยโพธในนิรุกติอย่างน้อยสองถ้อยคำ
หนึ่งคือภารดีที่ใคร่ได้ถอดความหมาย และสองคือภาษาที่เราใช้ประจำวัน เช่น ละโมบแปลความนิรุกติEnglishเป็นไทย ก็ต้องรู้ภารดีไทยและภาษาอังกฤษ และต้องรู้อย่างลุ่มลึก ยุติธรรม เพื่อคงนัยและสิ่งที่ผู้ร้อยเรียงต้องประสงค์พาหะนั้นออกมาดังภาพร่าง
รู้จักคำศัพท์ต่างๆ
คำศัพท์คำหนึ่งมีนัยได้อย่างต่างๆนาๆขึ้นอยู่กับบริบทของเนื้อหา อารมณ์ของผู้พูด หรือความเป็นทางการของภาวะในการพูด ผู้ที่ต้องการถอดความหมายหรือมุ่งหมายเป็นนักแปลควรมีความรู้ในด้านศัพท์ ไม่จำเป็นต้องรู้คำศัพท์ผอง แต่พึงรู้คำและความสำคัญหลักๆ ของคำพวกนั้น และการรู้คำยากตัวเลขมากจะ ทำให้ออมโอกาสในการหาศัพท์ที่เราเขลาอีกด้วย
ทำความเข้าใจหาปัญญา
ภาษาอังกฤษก็เสมอเหมือนภาษาไทยและภาษามนุษย์อื่นๆ ทั่วโลกที่มีการยักกระสาย และมีการเสริมศัพท์หยกๆ ขึ้นมาประจำวัน เป็นพิเศษศัพท์วัยรุ่นซึ่งเชี่ยวชาญเป็นที่แบบได้ อย่างปุ๊บ ถ้าหากเราไม่ศึกษาหาความรู้ภาษาอังกฤษ คำศัพท์ใหม่ๆ หรือประโยคหยกๆ เรื่อยๆๆ เราก็จะไม่ทำเป็นถอดความออกมาได้อย่างตรงเผง
ใช้คำพูดอย่างแน่เทียว รู้ความหมายง่าย
การตีความคือการแปลความหมายจากนิรุกติหนึ่งเป็นอีกภาษามนุษย์หนึ่ง ต่อจากนั้นใจความหลักของมันคือการถ่ายทอดให้เข้าใจ และคงไม่มีใครอยากจะอ่านประโยคยาวๆ ทั้งที่รอบรู้ย่อเป็นประโยคสั้นๆ แต่มีสาระสำคัญแบบเดียวกันได้ เช่นนั้นนอกจากความสวยงามเห็นประจักษ์ง่ายในการแปลแล้วผู้แปลความหมายควรจะถอดความให้เรียงความออกมาสั้นที่สุดแต่ ยังคงหมายความก่อนที่เรารับแปลภาษาอังกฤษ
ความชอบธรรมของถ้อยคำที่ใช้
ผู้แปลควรจะทำการคิดว่าคำศัพท์คำนี้พอที่จะมีนัย อย่างใดเมื่อผู้พูดมีอารมณ์เดือดหรือจิตใจดี เพราะคำๆ หนึ่งอาจสื่อคำจำกัดความต่างกันได้เมื่อมี มุติแตกต่าง และควรใช้ภารดีให้พอสมควรกับศิลปิน โดยเฉพาะสรรพนามในภาษาอังกฤษนั้นมีไปแค่ไม่กี่การกำหนด แต่ในนิรุกติเรามีการใช้สรรพนามที่นานัปการ ก็ควรที่จะเลือกใช้ให้แน่
More Info :